• Num | Sahathust

จริงจริงแล้ว Facebook Pixel ทำอะไรให้เราได้บ้าง? ตอนที่ 2

มาต่อกันเลยกับเจ้าผู้ช่วยบนโลกธุรกิจออนไลน์ ตอนนี้ทุกคนคงรู้กันแล้วว่า Facebook Pixel นี้คืออะไร สร้างขึ้นมาได้อย่างไร ใครเพิ่งมาเริ่มอ่านกันก็สามารถย้อนกลับไปอ่าน บทความตอนที่แล้วกันได้นะครับ คลิ๊กอ่านได้ที่นี้เลย

เอาหล่ะ เมื่อเรารู้จัก Facebook Pixel แล้วที่นี้เรามาดูกันดีกว่าแล้วมันจะทำอะไรให้เราได้บ้าง


เรียนรู้การใข้งาน Facebook Pixel | Noonnum.com

มีหลายคนสงสัยกันว่า เจ้าสคริปต์โค้ดเล็กๆนี้ ไม่น่าจะมีประโยชน์มาก แต่ความเป็นจริงแล้ว เจ้าโค้ดตัวนี้ ทรงพลังและมีความยืดหยุ่นสูงมากนะครับ ในการ การนำมันไปใช้ได้อย่างเต็มที่นั้น ขึ้นอยู่กับการวางเป้าหมายของเรา เราต้องการข้อมูลอะไรจากคนที่เข้ามาเว็บไซต์เรา เรามาลงรายละเอียดกันดีกว่า


การติดตามว่าที่ลูกค้าใหม่อย่างแนบเนียน (Conversion Tracking)

ในการติดตามนี้เราสามารถ เช็คพฤติกรรมของคนที่มาเยี่ยมหน้าเว็บไซต์ของเรา ไม่ว่าจะเป็นหน้าเพจหลักหรือ หน้าสินค้าและบริการต่างๆ เรานำข้อมูลของพวกเขาและสามารถตอบสนองว่าที่ลูกค้าพวกนี้ได้ โดยทำคูปองส่วนลดโดยสร้างลิงค์พิเศษ เพื่อให้ลูกค้ากลับมาเพื่อทำการสั่งซื้อสินค้าหรือบริการในหน้านั้นๆอีกครั้ง Conversion Tracking จะปรากฎให้เราได้เห็นกันในหน้า Facebook Ads Manager


การติดตามว่าที่ลูกค้าใหม่โดยใช้ Facebook Pixel แบ่งเป็น 3 วิธีด้วยกัน

1. วิธีติดตามเหตุการณ์แบบปกติ (Standard Events)

วิธีนี้จะเป็นการติดตามว่าที่ลูกค้าว่า ได้ทำกิจกรรมอะไรบ้างบนเว็บไซต์ ยกตัวอย่าง ผู้ใช้งานบนเว็บอาจจะทำการสั่งซื้อสินค้าเอาไว้ในตะกร้าสินค้า หรือ อาจจะสั่งซื้อจนจบกระบวนการ หรือ อาจจะแค่อ่านข้อมูลของสินค้านั้น หรือ อาจจะทำการใส่ข้อมูลบนแบบฟอร์มบนหน้าเว็บเรา เราสามารถตรวจสอบหรือเก็บข้อมูลพฤติกรรมเหล่านี้เพื่อทำการสื่อสารกลับให้ลูกค้าแต่ละคนได้ วิธีแบบปกตินี้เราจำเป็นต้องเพิ่มโค้ดแต่ละเหตุการณ์ขึ้นมาใหม่เพื่อเพิ่มลงในเว็บไซต์


2. วิธีติดตามเหตุการณ์แบบปรับเอง (Custom Events)

วิธีนี้คือเราจะติดตามพฤิติกรรมหรือเส้นทางของผู้ใช้เว็บ ที่มีพฤติกรรมแบบพิเศษ ที่ไม่เหมือนเหตุการณ์แบบปกติ ยกตัวอย่าง เราออกแบบหน้าเว็บไซต์ให้มีปุ่ม CTA (Click to Action) เพื่อให้ส่วนลดพิเศษบนหน้าเว็บ ถ้าเราต้องการวัดหรือติดตามการใช้งานของผู้ใช้ที่คลิ๊กปุ่ม CTA นี้ เราก็ควรจะเลือกใช้วิธีติดตามเหตุการณ์แบบปรับเองนี้ครับ เพื่อดูว่าหลังจากที่ผู้ใช้กดปุ่ม มีพฤติกรรมทำอะไรต่อบ้าง คลิ๊กลิงค์ไหนบ้าง หรือออกจากเว็บหน้าอะไร


3. วิธีติดตามแบบเฉพาะกิจ (Custom Conversions)

วิธีนี้จะแตกต่างจากสองวิธีก่อนหน้า โดยจะเน้นการติดตามลูกค้าแบบมีเงื่อนไขเฉพาะ ซึ่งจะเป็นการติดตามที่ยืดหยุ่นมาก ขอยกตัวอย่างประกอบง่ายๆนะครับ ถ้าธุรกิจเราเป็นเว็บขายกระเช้าดอกไม้ เราอาจจะมีสินค้าหลายแบบหลายราคา เราสามารถติดตามลูกค้าที่ทำการสั่งซื้อ กระเช้าที่มีราคามากกว่า 2000 บาทขึ้นไปได้ เป็นลูกค้าค่อนข้างมีกำลังจ่ายสูง เราอาจจะให้สิทธิประโยชน์หรือดูแลลูกค้ากลุ่มนี้เป็นพิเศษได้


จากตัวอย่างนั้น เราก็จะติดตามโดยใช้สองเงื่อนไข

  • เพิ่มเงื่อนไขให้ตรวจวัดผู้ใช้งานหน้าเพจกระเช้าดอกไม้

  • เพิ่มเงื่อนไขให้เฉพาะสินค้าราคา “2000” ขึ้นไป


การติดตามแบบนี้เราไม่จำเป็นต้องเพิ่มโค้ดใหม่เข้าไปเหมือนกับการติดตามเหตการณ์แบบปกติ เพราะเป็นการตรวจสอบที่อ้างถึง URL แต่ละหน้าอยู่แล้ว ใช้โค้ด Facebook Pixel ตัวเดิมที่เราติดตั้งแต่แรกได้เลย


Facebook Pixel คัดกรองผู้ใช้ได้ด้วยนะ (Custom Audience)

ความสามารถของ Facebook Pixel ช่วยเราติดตามเหตุการณ์ต่างๆได้ง่ายขึ้น เรายังสามารถเลือกติดตามผู้ใช้งานแต่ละประเภทได้อีกด้วยครับ ขอเรียกเป็นศัพท์เทคนิคว่า การทำ “Custom Audience” คือ วิธีที่สามารถเลือกผู้ใช้งานตามที่เราต้องการ เพื่อเชื่อมต่อกับพวกเขา ทักพวกเขา หรือ ส่ง Ads ให้พวกเขาเหล่านั้นกลับมาเยี่ยมชมเว็บไซต์(Re-Targeting) การทำ Custom Audience นั้นสามารถเลือกทำได้ทั้งแบบพื้นฐานหรือแบบซับซ้อนขึ้นอยู่กับเป้าหมายทางธุรกิจของเรา


เราสามารถเลือกเป้าหมายลูกค้าที่เราต้องการได้โดยเลือก ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ทั้งหมด (All Visitors) หรือ ผู้ใช้งานเพจใดเพจหนึ่งก็ได้ (Specific Page) ทั้งสองแบบเรายังสามารถเลือกช่วงเวลาครั้งสุดท้ายที่ผู้ใช้เข้ามาเยี่ยมที่เว็บเราได้อีกด้วย ตัวนี้สำคัญนะครับ เพราะถ้าเราตั้งเป้าหมายว่า เราอยากจะยิง Ads ไปยังลูกค้าที่ทำการสั่งซื้อสินค้าโดยมีพฤติกรรมในการเอาสินค้าลงในตระกร้าสินค้า และออกจากเว็บไป มีความแตกต่างระหว่างคนที่เอาสินค้าใส่ในตะกร้าเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา กับลูกค้าอีกคนหนึ่งที่เอาใส่ตระกร้า 90 วันที่ผ่านมาแล้ว เราจะเลือกส่ง Ads ไปกระตุ้นใครครับ?

นอกจากนี้เรายังสามารถเลือกออฟชั่น “การยกเว้น(Exclusions)” หรือหมายถึงคนอื่นที่ไม่ใช่คนที่นำสินค้าใส่ตะกร้าหรือไม่เคยกดสินค้าใส่ตะกร้าก็ทำได้นะครับ ถ้าเราตั้งใจจะให้ผู้ใช้งานกลับมาสั่งซ้ำ แต่ไม่อยากให้คนที่นำสินค้าใส่ตะกร้าไปแล้วเห็น Ads นี้ก็ทำได้


อีกตัวอย่างหนึ่งถ้าเราต้องการยิง Ads ไปยังว่าที่ลูกค้าใหม่ที่น่าสนใจ เราอาจจะทำการเลือกการยกเว้น (Exclusions) กับลูกค้าที่ซื้อของในช่วง 30 วันที่ผ่านมาบนเว็บเรา เราก็จะได้ผลลัพธ์คือ ลูกค้าที่ไม่เคยได้ซื้อของในช่วง 30 วันนี้จะเห็น Ads นี้ได้แต่ลูกค้าเก่าที่เคยซื้อก็จะไม่เห็น Ads นี้ครับ


นอกจากนั้นเรายังสามารถกำหนดจำนวนครั้งที่ผู้ใช้เข้าเยี่ยมชมแต่ไม่ซื้อสักที ยกตัวอย่างเช่น มีผู้ใช้ท่านหนึ่งอยากจะได้กระเช้าดอกไม้ เข้ามาดูหน้านั้นแล้วประมาณ 3 ครั้ง เราก็จะสามารถเลือกลูกค้าที่เข้ามาดูหน้าเดิมมากกว่า 3 ครั้ง ก็จะเห็น Ad ประเภท “เอาไปเลยส่วนลด 10% และฟรีค่าจัดส่ง” เพื่อให้ลูกค้ารีบกลับมาซื้อก็ทำได้เหมือนกัน


ใช้ Facebook Pixel ให้ช่วยหาลูกค้าใหม่ที่มีลักษณะคล้ายลูกค้าเดิม

เราอาศัยอยู่ในยุคที่ทุกอย่างเป็นไปได้ เครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดคือการหาลูกค้าที่มีลักษณะพฤติกรรม ความสนใจ และค่านิยม ที่คล้ายหรือเหมือน ลูกค้าเก่าที่ชอบสั่งซื้อของบนเว็บไซต์ของเราครับ เราเรียกการค้นหาลูกค้ากลุ่มนี้ว่า “Lookalike Audiences” โดยเราสามารถยิง Ads ไปแนะนำตัวลูกค้ากลุ่มใหม่เหล่านี้ได้


ขั้นตอนการสร้างกลุ่มลูกค้า Lookalike Audience เราต้องให้ข้อมูลกับ Facebook ได้แก่แหล่งที่มาของกลุ่มลูกค้า ตำแหน่งที่อยู่ของลูกค้า และ ขนาดหรือจำนวนของกลุ่มคนเหล่านั้นครับ ซึ่งการค้นหาลูกค้าเสมือนกลุ่มลูกค้าเก่าจะต้องทำการใส่ค่าเป็นเปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่ 1% ถึง 10% จากจำนวนประชากรในประเทศที่เลือก ซึ่งค่า 1% จะมีโอกาสที่ลูกค้าใหม่กลุ่มนี้จะลักษณะใกล้เคียงทั้งการใช้ชีวิต ความสนใจ และพฤติกรรม เหมือนกับลูกค้าเก่าของเราเลยครับ


เทคนิคสำคัญที่นักการตลาดสายดิจิตอลมักจะใช้กันก็คือ เรามักจะสร้าง Lookalike Audiences จาก Custom Audiences โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มที่เลือกสินค้าใส่ตะกร้าแล้วทำการจ่ายเงิน และมักจะกลับมาซื้อซ้ำ ดังนั้นลูกค้ากลุ่มใหม่ๆก็จะมีลักษณะที่มีแนวโน้มสูงมาก ที่จะกลายเป็นลูกค้าตัวจริงของธุรกิจครับ

ตอนนี้พวกเรา คงจะเห็นความสำคัญของ Facebook Pixel กันบ้างแล้ว เมื่อเราได้ลองใช้เจ้าโค้ดเล็กๆเหล่านี้ เก็บข้อมูลผู้ใช้งานบนเว็บ ทำงานควบคู่ยิง Ads ที่มีคุณภาพไปหาลูกค้าที่ใช่ และเชื้อเชิญลูกค้าใหม่ที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นตัวจริงเข้ามาทำความรู้จักกับธุรกิจเรา ทั้งหมดส่งผลลัพธ์ได้อย่างแตกต่างทางการตลาดดิจิตอลออนไลน์เป็นอย่างมาก และเมื่อคุณฝึกใช้มัน อยู่กับมันทุกวัน คุณจะไม่กลับไปใช้วิธีเก่าๆอีกเลย


ใครที่สนใจต้องการมีเว็บไซต์เพื่อทำธุรกิจ เพื่อเชื่อมต่อหน้าร้านออฟไลน์กับร้านออนไลน์ หรือทำการเพิ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ สามารถติดต่อพวกเราหนุนนำ เพื่อช่วยสร้างเว็บไซต์และทำการตลาดให้ได้นะครับ สามารถติดต่อเราได้ผ่าน Line@ : @noonnum หรือ Email: noonnumbuddy@gmail.com ได้ตลอด เจอกันบทความหน้าขอบคุณครับ

7 views0 comments